Cold Brew คืออะไร? ทำความรู้จักกับกาแฟเย็นที่ได้รับความนิยมทั่วโลก

Cold Brew คือกาแฟที่ชงด้วยวิธีการแช่เย็น (Cold Brewing) โดยใช้เวลาในการชงที่ยาวนานกว่ากาแฟทั่วไป วิธีนี้ช่วยให้กาแฟมีรสชาติที่กลมกล่อม นุ่มนวล และมีความหวานธรรมชาติที่ต่างจากกาแฟเย็นทั่วไปที่ชงด้วยน้ำร้อนและน้ำแข็ง การทำกาแฟแบบ Cold Brew ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนและกลุ่มคนรักกาแฟที่ต้องการรสชาติที่เข้มข้นแต่ไม่ขม
ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Cold Brew ว่าคืออะไร, วิธีการทำ, ความแตกต่างกับกาแฟเย็นชนิดอื่น ๆ, และประโยชน์ของการดื่ม Cold Brew
หัวข้อ
Cold Brew คืออะไร?
Cold Brew คือกาแฟที่ทำจากการแช่เมล็ดกาแฟบดในน้ำเย็นหรืออุณหภูมิห้องเป็นระยะเวลานาน (ประมาณ 12-24 ชั่วโมง) ซึ่งจะช่วยสกัดรสชาติจากเมล็ดกาแฟได้อย่างช้า ๆ ทำให้กาแฟที่ได้มีรสชาติที่นุ่มนวลและกลมกล่อม แตกต่างจากการทำกาแฟเย็นทั่วไปที่ใช้น้ำร้อนในการชง ซึ่งทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้นและขมกว่ากาแฟ Cold Brew
กระบวนการทำ Cold Brew ใช้เวลาในการชงที่ยาวนาน ทำให้กาแฟที่ได้ไม่ขมและมีความหวานธรรมชาติจากสารในกาแฟที่ไม่ถูกทำลายจากความร้อนเหมือนกาแฟร้อน และสามารถเก็บกาแฟที่ชงแล้วในตู้เย็นได้นานถึง 1-2 สัปดาห์ โดยยังคงรสชาติที่สดใหม่
วิธีการทำ Cold Brew
การทำ Cold Brew นั้นง่ายและสะดวก ซึ่งสามารถทำเองที่บ้านได้เพียงแค่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสม เช่น เมล็ดกาแฟบดละเอียด, น้ำสะอาด, และภาชนะในการแช่กาแฟ ขั้นตอนการทำ Cold Brew มีดังนี้:
- เตรียมเมล็ดกาแฟ:
- เลือกเมล็ดกาแฟที่คุณชื่นชอบ ซึ่งเมล็ดกาแฟที่ดีที่สุดสำหรับ Cold Brew คือเมล็ดกาแฟที่มีรสชาติหวานและไม่ขมเกินไป และควรบดเมล็ดกาแฟให้ละเอียดหรือบดหยาบ เพื่อให้ได้รสชาติที่นุ่มนวล
- ผสมกาแฟและน้ำ:
- ใช้อัตราส่วนกาแฟ 1:4 หรือ 1:5 (กาแฟ:น้ำ) ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นที่คุณต้องการ จากนั้นนำกาแฟบดและน้ำสะอาดใส่ในภาชนะปิดมิดชิด (เช่น ขวดหรือภาชนะแก้ว) ให้ผสมให้เข้ากัน
- แช่กาแฟ:
- ทิ้งกาแฟที่ผสมไว้ในตู้เย็นหรือในที่เย็นเป็นเวลา 12-24 ชั่วโมง เพื่อให้กาแฟสกัดรสชาติออกมาอย่างเต็มที่
- กรองกาแฟ:
- หลังจากแช่กาแฟแล้ว กรองกาแฟออกจากกากกาแฟโดยใช้ผ้ากรองหรือกรองกาแฟแบบเฉพาะสำหรับ Cold Brew เพื่อให้ได้กาแฟที่ใสและพร้อมดื่ม
- เสิร์ฟ:
- เสิร์ฟ Cold Brew ใส่น้ำแข็งหรือนมสดตามต้องการ หรือจะดื่มกาแฟเปล่า ๆ ก็ได้
ความแตกต่างระหว่าง Cold Brew กับกาแฟเย็นทั่วไป
Cold Brew แตกต่างจากกาแฟเย็นทั่วไปในหลายด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของวิธีการชงและรสชาติ ดังนี้:
- วิธีการชง:
- Cold Brew ใช้น้ำเย็นในการสกัดกาแฟเป็นระยะเวลานาน (12-24 ชั่วโมง) ซึ่งทำให้กาแฟมีรสชาติที่นุ่มนวลและกลมกล่อม
- กาแฟเย็นทั่วไป ใช้การชงด้วยน้ำร้อนและเติมน้ำแข็งทันที ซึ่งจะทำให้กาแฟมีรสชาติที่เข้มข้นและขมกว่ากาแฟ Cold Brew
- รสชาติ:
- Cold Brew มีรสชาติที่หวานนุ่มและไม่ขมมาก เนื่องจากกระบวนการสกัดน้ำเย็นจะไม่ทำให้สารบางชนิดในกาแฟที่ทำให้รสขมถูกสกัดออกมา
- กาแฟเย็นทั่วไป มักจะมีรสชาติขมจากการใช้ความร้อนในการชงกาแฟ และมักต้องใช้การปรุงรสด้วยน้ำตาลหรือนมเพื่อปรับความหวาน
- ความเข้มข้น:
- Cold Brew มักจะมีความเข้มข้นกว่ากาแฟเย็นทั่วไป เพราะการชงแบบ Cold Brew ใช้เวลานานในการสกัดรสชาติออกจากเมล็ดกาแฟ
- กาแฟเย็นทั่วไป มักจะมีความเข้มข้นต่ำกว่า เนื่องจากการชงเร็วและการเติมน้ำแข็งที่ทำให้กาแฟเจือจาง
ประโยชน์ของ Cold Brew
การดื่ม Cold Brew มีประโยชน์หลายด้าน ดังนี้:
- รสชาติที่นุ่มนวล:
- การทำ Cold Brew ทำให้ได้กาแฟที่มีรสชาติที่นุ่มนวลและกลมกล่อม ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่ไม่ชอบรสขมจากกาแฟทั่วไป
- สารต้านอนุมูลอิสระ:
- กาแฟ Cold Brew ยังคงมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ และช่วยบำรุงร่างกาย
- ไม่ทำลายฟัน:
- กาแฟ Cold Brew มีความเป็นกรดต่ำกว่ากาแฟทั่วไป ซึ่งทำให้ไม่ทำลายเคลือบฟันเหมือนกาแฟที่ชงด้วยน้ำร้อน
- เหมาะสำหรับคนที่ชอบดื่มกาแฟเย็น:
- Cold Brew เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ชอบดื่มกาแฟเย็นในฤดูร้อน เพราะไม่ต้องเสี่ยงกับการเจือจางจากน้ำแข็ง
- สามารถเก็บได้นาน:
- กาแฟ Cold Brew ที่ทำเสร็จแล้วสามารถเก็บในตู้เย็นได้ถึง 1-2 สัปดาห์ ซึ่งทำให้สะดวกในการดื่มโดยไม่ต้องทำใหม่ทุกครั้ง
สรุป
Cold Brew คือกาแฟที่ทำจากการแช่เมล็ดกาแฟบดในน้ำเย็นเป็นระยะเวลานาน ซึ่งทำให้ได้รสชาติที่นุ่มนวลและหวานธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสรสชาติของกาแฟที่ไม่ขมและเข้มข้น โดยการทำ Cold Brew นั้นง่ายและสะดวก และสามารถเก็บได้นานถึง 1-2 สัปดาห์
การดื่ม Cold Brew มีประโยชน์หลายด้าน ทั้งช่วยให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ, รสชาติที่กลมกล่อม, และไม่ทำลายฟัน เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนรักกาแฟที่ต้องการประสบการณ์กาแฟที่แตกต่างจากการดื่มกาแฟเย็นทั่วไป
ติดต่อเรา
- Facebook : ไทแดง – TieDaeng
- เว็บไซต์ : www.tiedaeng.com



